การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเกี่ยวกับการใช้สกุลเงินตราต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางการเงิน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติให้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อแก้ไขกฎเกณฑ์การใช้สกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินไทย ประเด็นหลักของการแก้ไขคือ:

 

1. การแก้ไขมาตรา 65 ทวิ (5) และยกเลิกมาตรา 65 ทวิ (8)

(1) เงินสินทรัพย์หรือหนี้สินที่มีมูลค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้แปลงเป็นมูลค่าหรือราคาในสกุลเงินไทยดังต่อไปนี้ในกรณีของ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ธนาคาร:

สินทรัพย์: อัตราเฉลี่ยของการซื้อและอัตราการขายหรืออัตราเฉลี่ยของการซื้อของธนาคารพาณิชย์ที่คำนวณโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ความรับผิด: อัตราการขายถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่คำนวณโดยธนาคารแห่งประเทศไทยหรือวิธีการอื่นที่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

 

2. เพิ่มกฎต่อไปนี้สำหรับ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้สกุลเงินต่างประเทศเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน:

(1) มาตรา 76 ตรี - สามารถจัดทำข้อมูลทางการบัญชีเป็นเงินตราต่างประเทศได้โดยแจ้งต่ออธิบดี

(2) มาตรา 76 เพศ - การชำระภาษีและการขอคืนภาษีให้กระทำในสกุลเงินไทย

(3) มาตรา 76 ไตรมาส - เมื่อเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อเตรียมข้อมูลทางบัญชียอดคงเหลือที่เหลือของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดังต่อไปนี้:

เงินสินทรัพย์หนี้สินและรายการอื่น ๆ ในงบการเงินตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

ขาดทุนสุทธิตามมาตรา 65ter (12): ค่าเฉลี่ยของอัตราการซื้อและอัตราการขาย * ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

(4) มาตรา 76 กันยายน - กำไร / ขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนจาก (2) หรือ (3) จะไม่ถือเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ

(5) มาตรา 76 Quinque - เมื่อยังคงมียอดเงินคงเหลือในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินเพื่อเตรียมข้อมูลทางบัญชีการแปลงจะกระทำโดยแต่ละรายการดังต่อไปนี้:

ใช้อัตราการซื้อเฉลี่ยและอัตราการขาย

หรือวิธีการอื่นที่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี (ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา)

  

<original version>

->to following website of Revenue Department

http://www.rd.go.th/publish/27853.0.html

Share this Post: